2007/Aug/16
2007/Aug/16

ถ่านไฟฉายตรากบเริ่มจำหน่ายเมื่อใดไม่ทราบ แต่เพลงโฆษณาซึ่งแต่งและร้องโดยครูนคร มงคลายน (ถึงแก่กรรมแล้วเมื่อ พ.ศ..) ถือเป็นเพลงโฆษณาที่ยอดเยี่ยมประทับใจคนยุค 2500 มากที่สุดเพลงหนึ่ง เพราะนอกจากจะมีท่วงทำนองสนุกสนานน่าฟังแล้ว ยังใช้คำสัมผัส แม่กบ ลงท้ายอย่างเหมาะเจาะ ยากที่จะมีใครคิดได้ดีเท่า
ในรายการครั้งที่ 781 เพลงโฆษณา ที่ผู้เขียน (หมายถึงคุณเอนก นาวิกมูล) จัดที่ศูนย์สังคีตศิลป์ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด สาขาสะพานผ่านฟ้า เมื่อวันศุกร์ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2538 ได้ขอครูนครร้องเพลงถ่านไฟฉายตรากบให้ฟังสดๆ (ไม่สามารถหาแผ่นเสียงจริงมาเปิดให้ฟังได้) เมื่อถอดเทปแล้วทำให้ทราบว่าเนื้อทั้งหมดมีดังนี้
(ร้อง)
ต้นตระกูลผมแต่ปางบรรพ์ หลังย่ำสายัณห์ดวงตะวันเลี่ยงหลบ จะเดินทางเยื้องย่างไปไหน จำเป็นต้องใช้จุดไต้จุดคบ
ปัจจุบันเห็นจะไม่ดี ขืนจุดไต้ซีถ้ามีใครพบ ต้องอับอายขายหน้าอักโข เขาต้องฮาต้องโห่ว่าผมโง่บัดซบ
ยุคนี้มันต้องทันสมัย เพื่อนผมทั่วไปใช้ถ่านไฟตรากบ ทั้งวิทยุและกระบอกไฟฉาย คุณภาพมากมายสะดวกสบายครันครบ
ถ่านก็มีหลายอย่างวางกอง เขากลับรับรองว่าต้องแพ้ตรากบ เหตุและผลเขาน่าฟังครับ ขอให้ลองสดับนะท่านที่เคารพ
(ต่อไปเป็นการพูด)
คือเขาบอกว่าถ่านไฟฉายตรากบไม่ใช่ของนอกที่ส่งมาขยอกเมืองไทยและไม่ใช่ของไทยที่โกยกำไรออกนอก ถ่านไฟฉายตรากบทำในเมืองไทยโดยให้เงินกำไรหมุนเวียนอยู่ในเมืองไทย ทำให้ดุลการค้าของไทยดีขึ้น
เพราะฉะนั้น นอกจากผมจะชอบเล่นไพ่กบ กินกบ แล้วก็ชอบเพลง พม่าแทงกบ ผมยังชอบถ่านไฟฉายตรากบอีกด้วย อ๊อบ อ๊อบ..
ครูนครกล่าวว่าเพลงถ่านไฟฉายตรากบเปิดผ่านวิทยุในราว พ.ศ. 2501-2502 ความยากเมื่อตอนบันทึกเสียงคือ ตอนร้องและพูดให้จบภายใน 60 วินาทีเท่านั้น ทางห้างให้เหตุผลว่าถ้าเกิน 60 วินาทีแล้ว จะถูกสถานีคิดค่าโฆษณาเป็น 2 นาที ถึงอัดเกินไป 1 วินาทีก็ไม่ได้ จึงต้องอัดใหม่ร้องใหม่หลายหนจนลงตัว ไม่เหมือนเดี๋ยวนี้ที่สามารถตัดต่อเสียงได้อย่างสบายๆ
จากหนังสือ เยี่ยมบ้านพิพิธภัณฑ์ ของคุณอเนก นาวิกมูล พิมพ์ครั้งที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2545 (ISBN 974-90813-6-6) หน้า 72-73
@ขอขอบคุณ Blog ของท่านดร. บัญชา ธนบุญสมบัติ
2007/Aug/14
หลายๆคนที่เล่นเกมส์ MMORPG หรือเกมส์ Onlineคงเคยได้สัมผัสและพบเจออาชีพ นักดาบนักรบ ที่ใช้ ดาบในการฟาดฟันต่อสู่กันอย่างแน่นอนวันนี้เข้าไปอ่าน http://www.online-station.net เจอบทความน่าสนใจมาให้อ่านกันจ๊า..


ทำไมต้อง "ดาบ"?
ดาบคืออาวุธมีคมที่พวกเรา ( เกมเมอร์) เรียกพวกอาวุธมีคมที่มีลักษณะยาวมีด้ามสั้นโดยรวมๆ ว่า ดาบ ถึงแม้ว่าดาบจะมีหลากหลายแบบขึ้นอยู่กับวัฒนธรรมและยุคสมัยแต่ผมจะขอข้ามไปก่อน ดาบนั้นมีไว้เพื่อต่อสู้ไม่ใช่เพื่อการล่า ดังนั้นดาบจึงเป็นสิ่งที่จะตามมาด้วยการสูญเสียเลือดเนื้ออย่างแน่นอน จึงถือเป็นความป่าเถื่อนในยุคปัจจุบัน ยุคสมัยของดาบและการใช้ดาบไม่สามารถระบุได้ว่าเริ่มจากที่ไหนเป็นแห่งแรก และเริ่มขึ้นเมื่อใด แต่พวกเรารู้ดีว่ามันจบลงเมื่อใด ในช่วงยุคสมัยที่การใช้ดาบรุ่งเรืองถึงขีดสุดนั้น ดาบได้ถูกสร้างสรรผ่านช่างตีดาบที่มีฝีมือสืบทอดมาหลายร้อยปี จนเกิดเป็นการสร้างดาบที่เรียกได้ว่าเป็นดาบในตำนาน (ตำนานคือสิ่งที่ไม่สามารถหาข้อพิสูจน์ได้) ช่วงหลายร้อยปีก่อน ดาบในตะวันตกที่พวกเรารู้จักกันดีแทบจะทุกคน และมีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วก็มีอยู่หลายเล่ม หากเอ่ยนามนั้นออกมาก็จะต้องร้อง "อ๋อ" เลยทีเดียวเชียวแหล่ะ อย่างเช่นดาบเอ๊กคาลิเบอร์ของกษัตริย์อาเธอร์แห่งคาเมล็อต ที่ตัวดาบหาได้มีอำนาจมากมายอย่างที่คิด แต่กลับเป็นฝักดาบต่างหากที่นำชื่อเสียงมาให้, ดาบแร็คนาร็อคที่มีในตำนานการทำลายโลก หรือแม้กระทั่งดาบ 7 ปลายของฝั่งเอเชีย (เชื่อว่าเป็นของญี่ปุ่น แต่เกาหลีก็มี) ที่ชาวญี่ปุ่นเชื่อว่าเป็นขององค์เทพคุซานางิที่ใช้ต่อสู้กับเหล่ามารเพื่อสร้างโลกในยุคแรก และอีกหลากหลายชื่อที่ผมไม่อาจกล่าวได้หมด

ในระยะหลายร้อยหลายพันปี ดาบมีความสำคัญอย่างมากในการต่อสู้ไม่ว่าจะเพื่อสร้างสรรหรือทำลาย แต่อย่างไรก็ตามกฏของโลกนี้คือการเปลี่ยนแปลง ทำให้ยุคสมัยของดาบจบลงในช่วง 1-2 ร้อยปีที่ผ่านมา เพราะการค้นพบดินปืนทำให้เกิดอาวุธทำลายล้างชนิดใหม่ นั่นคือปืน, ระเบิด ไปจนถึงจรวด ดาบจึงหมดความร้ายกาจลงไปในทันที ในช่วงแห่งความเปลี่ยนแปลงนี้ ได้ทำลายความเชื่อมั่นที่มีต่องอาวุธ ดาบ ไปจนหมดสิ้น ดาบจึงกลายเป็นเพียงตำนานที่เล่ากันต่อๆ มาอย่างสนุกสนาน และหลายครั้งที่เกินจริงไปบ้าง ในปัจจุบันหากจะเอ่ยถึงดาบก็จะนึกย้อนไปถึงยุคของเทพนิยายกันเลยทีเดียว ด้วยกระแสนิยมของนิยายแฟนตาซีส่งผลให้การจินตนาการต่อดาบเป็นเสมือนตำนานเรื่องหนึ่ง
MMORPG คือ Fantasy ที่พวกเราสัมผัสได้
Fantasy คือความเพ้อฝันที่เกินจากหลักของความเป็นจริง ในอดีตย้อนหลังไปมากกว่า 50 ปีก่อนแฟนตาซียังคงอยู่ในรูปของตัวหนังสือหรือในเรื่องเล่าแบบปากต่อปาก และมีอยู่ในจินตนาการของแต่ละคน ซึ่งอาจเกิดจากความต้องการในส่วนลึกที่อยากสร้างสรรหรือหลีกหนีจากสิ่งที่เป็นอยู่จริง จึงเกิดจินตนาการเพ้อฝันขึ้นมา ด้วยการรวมเหตุการณ์ปัจจุบันเข้ากับสิ่งลึกลับในอดีตหรืออนาคตแฟนตาซีจึงมีเสน่ห์ในเรื่องราวเนื้อหาที่ผู้แต่งจินตนาการขึ้น จุดเด่นของความเป็นแฟนตาซีมักจะอยู่ที่การต่อสู้ระหว่างตัวเอกกับสิ่งชั่วร้าย และการดำเนินเรื่องที่หยิบเอาสิ่งที่ไม่สามารถเชื่อได้ว่ามีอยู่จริงเข้ามาสร้างสีสัน

ในปัจจุบันเมื่อเทคโลโนยีก้าวหน้ามากขึ้น เรื่องราวของแฟนตาซีไม่ได้อยู่เพียงในกรอบของตัวหนังสือและการเล่าเรื่องแบบปากต่อปากอีกต่อไป ทำให้ผู้ที่สนใจเรื่องราวแฟนตาซีสามารถสัมผัสได้มากขึ้น หรือแม้กระทั่งสามารถเข้าไปอยู่ในโลกของแฟนตาซีเลยก็ตาม วกกลับมาในสิ่งที่พวกเราถนัดนั่นคือการเล่นเกมออนไลน์ หรือชื่อเต็มๆ ว่า MMORPG (Massive Multiple Online Role-Playing Game) ด้วยการจับเอา RPG ที่แต่เดิมคือเกมออฟไลน์ที่เต็มไปด้วยความเป็นแฟนตาซีที่หลากหลาย หลายๆ เกมมีเนื้อหาสนุกเร้าใจและโดนใจผู้เล่นกลุ่มใหญ่ๆ จนกลายเป็นเกมที่ปูทางให้อีกหลายเกมก้าวเดินตาม จนในปัจจุบันมีเกม RPG แนวแฟนตาซีออกมาจนล้นตลาด ไม่ว่าจะมองเกมไหนๆ ก็จะอิงความเป็นแฟนตาซีอยู่เสมอ เกมแฟนตาซีมีจุดดึงดูดให้ผู้เล่นทั้งหลายติดอกติดใจได้ง่าย ด้วยการทำให้ผู้เล่นได้สวมบทเป็นตัวละครเอกในเรื่อง มีหน้าที่ต้องต่อสู้ไม่ว่าจะตั้งใจหรือโดยชะตาลิขิตก็ตาม โลกแห่งแฟนตาซีมีความคล้ายคลึงกับโลกจริงๆ ที่พวกเราอาศัยอยู่ เพียงแต่เพิ่มเติมความอิสระของการกระทำต่างๆ ที่ไม่สามารถทำได้ในความเป็นจริง ไม่ว่าจะเป็นการต่อสู้ฆ่าฟัน การลักขโมย การใช้ทักษะอาวุธและเวทย์มนต์ รวมถึงมอนสเตอร์ที่มีอยู่เพียงในจินตนาการเท่านั้น สิ่งเหล่านี้ล้วนแต่ทำให้พวกเราหลงใหลในเกมแนวนี้อย่างถอนตัวไม่ขึ้น

วิถีแห่งดาบ การดำเนินไปหรือจะถึงคราวเปลี่ยนแปลง?
นับเป็นความชาญฉลาดอย่างที่สุดที่เกมจำนวนมากมายในท้องตลาด ได้หยิบเอาเรื่องราวของแฟนตาซีที่อยู่เหนือจินตนาการของพวกเรามาเป็นจุดดึงดูด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อนำเอาดาบในตำนานต่างๆ ที่ได้รับการออกแบบมาให้ทันสมัย โฉบเฉี่ยวและเต็มไปด้วยแสงสีสมกับความมีชื่อเสียงมาให้เป็นอาวุธคู่กายตัวละคร ที่ผู้เล่นจะได้สวมบทบาทด้วยแล้ว ยิ่งทำให้ผู้เล่นเต็มใจที่จะเล่นเกมนั้นมากขึ้นไปอีก เพราะดาบถูกจัดเป็นหนึ่งในสิ่งมหัศจรรย์ในความคิดของหลายๆ คน ด้วยตำนานที่เล่าลือกันต่อๆ มาของดาบที่มีชื่อเสียงต่างๆ นั่นเอง เช่นดาบมุรามาสะที่จะกินพลังชีวิตของผู้ใช้ไปเรื่อยๆ เมื่อมาอยู่ในเกมก็จะเป็นหนึ่งในอาวุธต้องสาปที่มีชื่อเสียงมากชิ้นหนึ่ง และการที่เราไม่สามารถแยกเอาดาบออกจากความเป็นแฟนตาซีได้นี้เอง จึงทำให้เกมออนไลน์ปัจจุบันหลายเกม จำเป็นต้องหยิบเอาตำนานต่างๆ ของดาบมาใส่ในเนื้อหาด้วย

อันที่จริงแล้วก็ไม่มีใครสามารถฟันธงได้หรอกว่า หากเกมที่ออกมาในแนวแฟนตาซียุคต่อไป ที่ไม่มี ดาบ อยู่ในส่วนของอาวุธหลักแล้ว จะยังทำให้เกมนั้นเป็นที่นิยมอยู่ต่อไปได้ในระยะยาวหรือไม่ ความคิดนึงผุดขึ้นมาขณะที่กำลังจิบกาแฟตอนเช้า หากว่ามีเกมที่ไม่มีดาบอยู่ในเกมเลย มีเพียงการเตะต่อยแบบนักเลงหัวไม้ เกมนั้นยังจะสนุกอยู่ไหม? ผมว่าเกมนั้นก็ยังสนุกและน่าสนใจในรูปแบบของตัวมันเอง เช่นอาจจะเป็นเกมที่มีแค่การต่อยเตะและหลบหลีกแพรวพราว หรือการใช้สถานที่ให้เกิดประโยชน์ในการต่อสู้ เช่นวิ่งหลบหลังเสาแล้วโผล่ออกมาเตะศัตรูทีเผลอ หรือการต่อยหมัดชุดรัวติดๆ กัน
หรือไม่ก็เกมที่เน้นไปทางด้านของพลังจิตเต็มรูปแบบการต่อสู้ที่งัดเอาเทคนิคเฉพาะตัวด้านพลังพิเศษออกมาใช้ เช่น เทเลคิเนซิส เทเลโพเทชั่น การแยกร่างลวง การสะกดจิตเป้ามหมาย และการเปลี่ยนสภาพของร่างกาย นี่ก็เป็นตัวอย่างหนึ่งที่พยายามจะแตกต่าง และหลุดออกจากกรอบของการใช้ดาบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้ามีเอ็ฟเฟ็กตระการตา เนื้อเรื่องโดนใจ และการออกแบบที่ล้ำสมัย ก็ไม่ใช่เรื่องยากที่จะทำให้เกมแบบนี้เป็นที่นิยม แต่เมื่อมองกลับมาในปัจจุบันกลับเต็มไปด้วยเกมที่ลอกรูปแบบตามๆ กันมา ด้วยความที่ว่าเป็นเกมแนวแฟนตาซีนี้เองที่ทำให้ไม่สามารถถอดเอาดาบออกจากเกมได้ ทำให้เกมออนไลน์ในปัจจุบันกำลังเดินตามคำสาปเดียวกับคำสาปที่ติดตัวดาบมา เมื่อถึงวันที่ความสมจริงอย่างที่สุดเข้ามามีบทบาทในกราฟฟิคเกม จนการต่อสู้ในเกมแสดงออกมาได้ดุเดือดราวกับการฆ่าฟันสิ่งมีชีวิตจริงๆ เมื่อนั้นอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการต่อสู้ให้มีความรุนแรงน้อยลง เพื่อให้เกมออนไลน์ไม่ใช่สาเหตุแห่งความป่าเถื่อนที่เกิดกับสังคม บางคนรวมทั้งตัวผมกำลังรอดูว่า เกมออนไลน์ยุคถัดไปที่ไม่มีดาบเป็นอาวุธจะสามารถแหวกกระแสความนิยมในเกมแฟนตาซีที่มี ดาบ ไปได้หรือไม่

ขอบคุณ : คุณ Lufaus, Co Editor แห่ง Online Station