Hello World !
posted on 12 Nov 2009 03:12 by bladsonic in InmyDream" สวัสดีชาวมนุษย์ "
วันนี้เมื่อ 23 ปีที่แล้วไผ่น้อยน่าจะพูดทักทายแบบนี้ไปนะ !
ถ้าพูดได้จริงป่านี้เราอาจได้เป็นคนทรงเจ้าหรือใบ้หวยไปแล้วมั้ง ฮ่าๆๆๆ
เค้าว่ากันว่า คนเราเกิดมาบนโลกนี้เพื่อทำประโยชน์
วันนี้เป็นวันครบรอบวันเกิดปีที่ 23 ไม่รู้เมื่อไหร่จะได้ทำประโยชน์แก่โลกอย่างที่ตั้งใจไว้นะ
ตอนเด็กๆ ไผ่น้อยฝันอยากเป็น ดารา-นักร้อง เพราะมันเท่ มีคนกรี๊ด แล้วมันจะได้ทำประโยชน์ตงไหนหว่า
เอาเป็นว่ามันคงจะดีแหละ

พอโตมาหน่อยช่วงเริ่มเข้าวัยรุ่น เห็นเพื่อนๆแถวบ้านเล่นกีต้าร์ ก็อยากเล่นด้วย มันเท่ มากๆ(อีกแล้ว) ไผ่น้อยก็ไปซุ่มหัดเล่นจนมีฝีมือระดับหมายังหอนตามได้ ตอนนั้นก็เริ่มมีความฝันอยากเป็น นักดนตรีแบบพี่ เสก โลโซ ซึ่งมันเป็นอะไรที่เท่มากช่วงนั้น และไผ่น้อยก็วาดฝันไปว่าถ้าได้เป็นจริงๆ เรานี่แหละจะแต่งเพลงที่มันสุดๆ แต่เพลงให้คนฟังแล้วอยากเป็นคนดี(เพลงแนวไหนหว่า) มันคงดีแน่ๆ ด้วยความมุ่งมันก็ไปแข่งขันประกวดหลายเวทีที่เค้าเปิดโอกาศให้ ซึ่งผลปรากฎว่า เราตกรอบทุกเวที(โอ้ บร๊ะเจ้า) หรือเราจะไม่เหมาะกับทางนี้หว่า
ตอน ม. 5 ไผ่น้อยได้มีโอกาศได้ร่วมแสดง ภาพยนตร์ 1 เรื่อง ซึ่งอาจเป็นเรื่องที่สุดยอดที่สุดในชีวิตแล้วก็ได้ ไผ่น้อยได้ไปเจอการทำงานในรูปแบบที่ไม่คุ้นเคย(ที่บ้านทำนา กรีดยาง) เจอประสบการณ์ใหม่ๆ เจอผู้คนใหม่ๆ ซึ่งบุคคลที่เป็นทีสุดของการถ่ายทำภาพยนตร์ นี้ก็คือ "ผู้กำข้าว" ....(แป๊ก)
ซึ่งก็คือ "ผู้กำกับ"
ทำไมบุคคลผู้นี้ถึงได้ดูมีอำนาจต่อวงการบันเทิงยิ่งนัก(คิดไปนั่น) หนังหรือละครจะดีหรือแย่ ก็ขึ้นอยู่กับเค้าผู้นี้เท่านั้น
ซึ่งถ้าหนังดีๆ ผู้ชมก็จะได้ดูสิ่งดีๆ เมื่อดูสิ่งดีๆแล้ว ก็จะคิดสิ่งดีๆ และเมื่อคิดสิ่งดีๆแล้วก็จะทำในสิ่งที่ดีด้วย
"ใช่แล้ว" นี่แหละสิ่งที่ ไผ่น้อย อยากเป็น เราต้องเป็นให้ได้ๆ ฮ่าๆๆๆๆ
เมื่อถึงฤดู เอ็นสะท้าน
ช่วงนั้นไผ่น้อยติดเกมส์ เยอะไปหน่อย เลยไม่ค่อยสนใจการเรียนและข่าวสารต่างๆ พอถึงช่วงสอบเอ็นสะท้าน ก็ลงวิชาตามๆเพื่อนไป(เพราะรีบไปเล่นเกมส์) ผลสุดท้ายคะแนนสอบก็ออกมา อยู่ในเกณฑ์ กลางๆ จึงน่าจะพอให้เข้าเรียนนิเทศน์ได้
เมื่อถึงวันที่ต้องลงเลือกคณะเรียนกัน เพื่อนๆก็ลงวิศวะฯ หมอ ต่างๆนาๆ แต่สำหรับไผ่น้อย ต้อง นิเทศศาสตร์ เท่านั้น จะที่ไหนก็ได้ ขอให้ได้เรียน พอไปเปิดไปดูในรายวิชาที่จำเป็นต้องใช้ถึงกับอึ้ง .... มันใช้วิชาสายศิลป์ 2-3 ตัว (ซึ่งกุก็ไม่ได้ลงสอบนี่หว่า
)
ปรากฎว่า เลยตามเลย ยังไงก็ช่าง เรียนไรไปซักอย่างแล้วกัน เลยปรึกษาเพื่อนว่าคณะไรน่าลงมั่งวะ มันก็บอกนี่เลย Software Engineering โอ้ว์ แม่จ้าวววว ชื่อเท่มาก ตกลงกุเอาอันนี้อันดับ 1 เลย
พอถึงวันประกาศผล ก็เป็นตามคาด ไผ่น้อยติด Software Engineering แล้วก็ไปถามเพื่อนว่ามืงติดด้วยใช่มั๊ย มันก็บอกว่าที่เดียวกันเลย แต่มันติด วิศวะคอม มันบอกว่า มันเรียงตามคะแนนสูงต่ำ วิศวะคอมอันดับ 1 ลงไปเล่นๆ เสือกติด
ถึงวันสอบสัมภาษณ์ ก็มาด้วยกัน ติดรถที่บ้านมันมาด้วย ตอนนี้ ไผ่น้อยก็ตั้งความหวังว่า "กรูนี่แหละ จะเขียน OS ของคนไทยออกมาเอง ฮ่าๆๆๆ" (ช่างลำพองใจยิ่งนัก)
การมาสอบสัมภาษณ์ ก็แค่มาบอกกับอาจารย์ที่สัมภาษณ์ว่าเราพร้อมจะมาเรียนที่นี่จริงๆนะ แค่นี้ก็ติดแล้ว หลังจากนั้นก็รอเปิดเทอมการใช้ชีวิตเป็น นักศึกษามหาฯลัย
และแล้วก็เรียนจนจบ 4 ปี(ทีแรกกะว่าคงซัก 5 ปี) มาถึงตอนนี้อาชีพที่อยากทำมีเยอะแยะมากมาย ทั้ง นักดนตรี ผู้กำกับ โปรแกรมเมอร์ ครูสอนมัธยม(แบบ GTO) ดีเจ ฯลฯ
แต่พอตัดมาสู่โลกความเป็นจริงขณะนี้ ไผ่น้อยจบมา 1 เทอมแล้ว ยังไม่ได้งานทำเลย(นั่งเล่นเกมส์ อ่านการ์ตูน บ้าๆไปวันๆ) ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเลือกงานหรือ งานไม่เลือกเรา ขนาดนางหญิง มันจบหลังเรามันยังได้งานทำแล้ว น่าอิจฉายิ่งนัก
งั้นเอาเป็นว่าปีที่ 23 ของการใช้ชีวิตบนดาวโลก ขอให้ไผ่น้อยได้งานทำด้วยเถิด ถ้าได้เงินดีๆก็จะได้ "ทำประโยชน์ให้แก่โลกได้เร็วไว" สาธุ !
ขอตัดจบบทความแต่เพียงเท่านี้ ชะเอิงเอย...